บทความทั้งหมด→สุขภาพและสุขภาวะ

สุขภาพและสุขภาวะ

ใช้ชีวิต กับ HIV: อัปเดตแนวคิด U=U และอายุขัยที่ใกล้เคียงคนทั่วไป

อัปเดต 24 ก.ย. 2569786 ครั้ง
ภาพปกบทความ: ใช้ชีวิต กับ HIV: อัปเดตแนวคิด U=U และอายุขัยที่ใกล้เคียงคนทั่วไป

อัปเดตแนวคิดสำคัญ: U=U

ปัจจุบันหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันแนวคิด U=U (Undetectable = Untransmittable) คือผู้ติดเชื้อ HIV ที่กินยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอจนตรวจไม่พบเชื้อในเลือด จะไม่แพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ให้คู่นอน ผู้ติดเชื้อที่รักษาต่อเนื่องยังมีอายุขัยใกล้เคียงกับผู้ที่ไม่มีเชื้อ

ปัจจุบันผู้ติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่มีสุขภาพที่ไม่ต่างไปจากผู้ที่ไม่มีเชื้อ  อันเนื่องมาจากการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ที่ทุกคนเข้าถึงการรักษาได้ตามสิทธิด้านสุขภาพที่ตัวเองมี  ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประกันสังคม สิทธิข้าราชการ หรือสิทธิบัตรทอง ผู้ติดเชื้อที่เข้าถึงการรักษาจึงสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนที่ไม่มีเชื้อเอชไอวี

Undectectable = Untransmittable
U = U

“...ผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีที่กินยาต้านไวรัสเกิน 6 เดือนขึ้นไป และตรวจไม่เจอพบเชื้อไวรัสในเลือด คน ๆ นั้นจะไม่สามารถส่งต่อเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้...” 

ในทางการแพทย์เรียกกระบวนการนี้ว่า U = U โดย U ตัวแรกมาจาก Undetectable (ตรวจไม่พบ) ส่วน U ตัวที่สองมาจาก Untransmittable (ไม่ถ่ายทอด) ดังนั้น U = U จึงหมายความว่า เมื่อตรวจไม่เจอ (เชื้อเอชไอวี) ก็ไม่สามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ผู้อื่นได้

asian guy in green screen
asian guy

การศึกษาทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย เก็บข้อมูลจากผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่กินยาต้านไวรัสเป็นประจำจนตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในกระแสเลือด และมีคู่ที่ไม่ติดเชื้อ โดยที่มีเพศสัมพันธ์ทั้งแบบสวมถุงยางอนามัยและไม่สวมถุงยางอนามัยกับคู่ พบว่า

...คนที่ติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่ติดมาจากคนที่ไม่รู้ว่ามีเชื้อและไม่ได้ป้องกัน...

two man shirtless in the rain
gay couple

ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “...การที่ผู้ติดเชื้อกินยาต้านไวรัสเป็นประจำ ทำให้พวกเขาเหล่านี้ปลอดภัยยิ่งกว่าคนที่ไม่เคยตรวจเลือดและไม่รู้ผลเลือดตนเอง ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่คนในสังคมจะรังเกียจผู้ติดเชื้อ แต่ควรสนับสนุนให้ทุกคนไปตรวจเลือดมากกว่า...”

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอชไอวี/เอดส์

Apple with plastic syringes
Apple with plastic syringes

การติดต่อของเชื้อเอชไอวี

  1. การมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศสัมพันธ์ที่มีการสอดใส่โดยไม่ได้ป้องกัน (ด้วยถุงยางอนามัย) ทั้งทางช่องคลอดและช่องทวาร ชายกับหญิง และชายกับชาย (เพราะชายหญิงก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ทางทวารได้)
  2. ติดต่อทางเลือด ซึ่งมีเพียงการใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี และการติดเชื้อจากแม่(ที่เป็นผู้ติดเชื้อ)สู่ลูกเท่านั้น  ซึ่งปัจจุบันถ้าแม่ฝากครรภ์และได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีต่อเนื่อง ก็จะทำให้ทารกลดโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชไอวีลงเหลือน้อยกว่า 2%

เอชไอวี ป้องกันได้ เอดส์รักษาได้  

Gay couple
Gay couple

การใช้ชีวิตคู่กับผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ป๊อป (นามสมมติ) เผยประสบการณ์ที่รู้ว่าคนรักของตนเองติดเชื้อเอชไอวี โดยตัดสินใจว่า หลังจากที่รู้ก็ตัดสินใจว่าจะลองให้โอกาสคบ เพราะตนเองมองว่า คนทั่วไปเมื่อรู้ว่าแฟนติดเชื้อเอชไอวี  อาจไม่ให้โอกาสในการคบต่อ แต่ตนอยากจะให้โอกาสกับแฟน โดยได้เริ่มศึกษาและหาข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวีและตั้งใจจะใช้ชีวิตแบบปกติกับคนรักให้นานที่สุด

“...ผมไม่ได้ดูแลอะไรเขาเป็นพิเศษ เพราะเขาเองก็ดูแลตัวเองดี กินยาต้านเชื้ออยู่เป็นประจำ ซึ่งผมมองว่าการทำตัวเป็นปกติและใช้ชีวิตให้ปกติที่สุดเป็นสิ่งที่ทำให้แฟนของผมไม่คิดกังวลมาก...” 

a man smiling
smile

สรุป

ผู้ที่ต้องการทราบผลเลือดของตนเองสามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาและตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีได้ฟรีปีละ 2 ครั้ง ได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่งภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยแสดงบัตรประชาชน  และสามารถรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสได้ฟรีตามสิทธิ  ส่วนเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถรับบริการปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้โดยไม่ต้องขอคำยินยอมจากผู้ปกครอง

‘เราสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้
หากเราเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน’

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ให้สัมภาษณ์โดยศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย
ป๊อป (นามสมมติ) ผู้ที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี
ข้อมูลบางส่วนจากสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค
สภากาชาดไทย และหนังสือ สิ่งที่เธอต้องรู้ สิ่งที่เขาต้องรู้

ที่มาของข้อมูล

อัปเดตข้อมูล 24 กันยายน 2569

บทความน่าอ่านต่อ